อากาศร้อนอบอ้าว ไฟลุกไหม้บ้านผู้ใหญ่บ้านวอด 2 หลัง เสียหายร่วม 2 ล้านบาท คาดไฟฟ้าลัดวงจร ลุกไหม้

*****ศรีสะเกษ..ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 4 ธ.ค.65 พ.ต.ท.ธงชัย ตอพิมาย สว. (สอบสวน) สภ.อุทุมพพิสัย จ.ศรีสะเกษ รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านที่บ้านยาง หมู่ 6 ต.สำโรง อ.อุทุมพรพิสัย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและประสานรถดับเพลิง จาก เทศบาลตำบลกำแพง เทศบาลตำบลสระกำแพงใหญ่ เทศบาลตำบลแต้ อบต.สำโรง อบต.หนองไฮ อบต.ปะอาว รวม 6 คันเร่งรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย นายศราวุธ ทรงโฉม นายอำเภออุทุมพรพิสัย นายประวิทย์ จารุรัชกุล นายก อบต.สำโรง  หน่วยกู้ภัยดับเพลิงศรีสะเกษสงเคราะห์อุทุมพรพิสัย พบไฟกำลังลุกไหม้บ้านปูนชั้นเดียว เลขที่ 74/1 หมู่ 6 ต.สำโรง ก่อนที่จะลามไปบ้านเลขที่ 74 หมู่ 6 ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้อยู่ติดกัน เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำจากรถดับเพลิง สกัดไฟ ใช้เวลา 45 นาทีจึงควบคุมเพลิงได้ แต่บ้านทั้ง 2 หลังก็ถูกไฟเผาผลาญวอดเป็นเถ้าถ่านหมด

*****นายศักดิ์ชาย ไชยสาร ผู้ใหญ่บ้าน บ้านยาง หมู่ 6 ต.สำโรง เป็นเจ้าของบ้านทั้งสองหลัง กล่าวว่า บ้านชั้นเดียวตนอาศัยอยู่ ส่วนหลัง 2 ชั้นเปิดเป็นร้านค้าขายของชำ ขณะเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้าน กำลังออกไปซื้อของที่ตลาด ไปยังไม่ทันถึงตลาดก็ได้รับโทรศัพท์จากลูกสาวว่าไฟไหม้บ้าน จึงรีบกลับมาก็พบว่าไฟลุกไหมบ้านที่เป็นที่ทำการผู้ใหญ่บ้านจึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจทราบ เบื้องต้นค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ส่วนนางสมหมาย ศิลาชัย อายุ 70 ปี พี่สาวของนายศักดิ์ชาย กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า ตอนเกิดเหตุหลานอยู่ในบ้านกำลังจัดของขายอยู่ ก็ได้กลิ่นไฟไหม้จึงหันไปดูก็พบเปลวไฟพวยพุ่งออกมา จึงตะโกนเรียกเพื่อนบ้านให้มาช่วยกันดับไฟแต่ไฟลุกไหม้รุนแรงไม่สามารถดับได้จนรถดับเพลิงมาช่วย

rbt

*****ขณะที่ลูกสาวนายศักดิ์ชาย ให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนเลี้ยงหลานอยู่ในบ้านชั้นเดียวที่เป็นต้นเพลิง ตนนั่งอยู่หน้าห้องนอน ไฟลุกไหม้จากในห้องนอน โดยไม่มีเสียงดังเสียงระเบิดอะไร ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วลามไปติดบ้านหลังที่เป็นร้านค้า จึงยังไม่รู้ว่าสาเหตุการที่ไฟไหม้เกิดจากอะไร ด้าน พ.ต.ท.ธงชัย ตอพิมาย สว. (สอบสวน) สภ.อุทุมพพิสัย กล่าวว่า เนื่องจากอากาศร้อนอบอ้าว สภาพอากาศแห้ง ไฟจึงลุกไหม้อย่างรวดเร็วและลามติดบ้านที่อยู่ติดกันจนวอดทั้ง 2 หลัง เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการเกิดไฟไหม้น่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่อย่างไรก็ดีจะได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจที่เกิดเหตุโดยละเอียดหาสาเหตุการเกิดไฟไหม้ที่แท้จริงต่อไป.