อดีตประธานดำเนินงานสหกรณ์ฯออกมาร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ตรวจสอบรายละเอียดด้านการเงินก่อนที่จะออกหมายจับผู้ต้องหา

*****พัทลุง..ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด ไม่น้อยกว่า 1,450 ล้านบาท ส่วนการสอบปากคำพยานสอบไปแล้วประมาณ 1,000 ราย มีสำนวนการสอบสวน เอกสารสำคัญ ประมาณ 150 แฟ้มขนาดใหญ่ และพบการทุจริตของกลุ่ม จนท.สหกรณ์ จำนวน 23 บัญชี รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท ด้านข้อมูลของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดฯพบว่ามีการนำเงินจากการทุจริตไปใช้ภายนอก 800 ล้านบาท และยังหมุนเวียนในสหกรณ์ฯประมาณ 700 ล้านบาท ด้านศาลพัทลุงจะนัดสืบพยานโจทย์การฟ้องร้องขอรับเงินค่าหุ้นสหกรณ์ฯของอดีต ผกก.รายหนึ่งในต้นเดือน กันยายน 2565 ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

*****กระทั่งเมื่อตอนสายวัน 31 พ.ค.65 กลุ่มพนักงานสอบสวนของ ภ.จว.พัทลุง และ ภ.9 ได้ร่วมกันรวบรวมเอกสาร หลักฐานที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง เพื่อนำไปประกอบสำนวนการสอบสวนการขอออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องในคดีดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้ ในส่วนของพนักงานสอบสวนของ สตช. ก็จะลงพื้นที่มาร่วมการรวบรวมเอกสาร หลักฐาน ในตอนบ่ายวันนี้(ที่ 31)  เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงในกรณีที่การออกหมายจับในกลุ่มที่ 1 จะมีผู้ตรวจสอบบัญชีเอกชนบางรายจะถูกออกหมายจับด้วยหรือไม่นั้นกลุ่มพนักงานสอบสวนได้ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดในเรื่องดังกล่าว

*****เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.ชำนาญ คงชู อดีต ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานตรวจสอบสำนวนคดี กองบังคับการกฎหมายและคดี ภ.9 เป็นอดีตประธานคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯระหว่างปี พ.ศ.2559 – 2562 เผยว่า การเซ็นเช็คของคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์นั้นได้ผ่านมติของการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯ ว่าในแต่ละปีจะมีใครเป็นผู้เซ็นเช็คบ้าง ในขณะเดียวกันก็จะมีผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ฯ จำนวน 2 ราย ได้เข้ามาตรวจสอบด้านการเงินบัญชีทุก ๆสิ้นเดือน และมีการรายงานผลของผลการตรวจสอบกิจสหกรณ์ฯให้ที่ประชุมคณะกรรมการฯได้รับทราบทุก ๆสิ้นเดือนเช่นกัน

*****ในส่วนของ จนท.รัฐที่เกี่ยวข้อง ผู้ตรวจสอบบัญชีเอกชนก็จะเข้ามาตรวจสอบงบดุลการเงินฯแต่ก็ไม่พบการกระทำความผิดเช่นกัน  ในส่วนของ จนท.กรมส่งเสริมสหกรณ์จากส่วนกลางจะลงพื้นที่ตรวจสอบสหกรณ์สีขาวทุกๆสิ้นปีอีกด้วย  โดยมีผลการตรวจสอบที่มีผลดีเด่นมากถึงร้อยละ 99 ดังนั้น เมื่อผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ ด้านงบดุลบุญชี/การเงิน ยังตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิดการทุจริตเงินในสหกรณ์ฯ พวกตนที่ไม่มีพื้นฐานความรู้ในเรื่องการเงินและบัญชีจะรู้การทุจริตในครั้งนี้ได้อย่างไร

*****พ.ต.อ.ชำนาญ  กล่าวด้วยว่า ก่อนที่จะออกหมายจับคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯคนหนึ่งคนใดนั้น ตนอยากขอให้พนักงานสอบสวนได้ขยายผลการสอบปากคำไปสู่เส้นทางการเงินของกลุ่มบุคคลดังกล่าว เนื่องจากคณะกรรมการฯส่วนใหญ่เป็นหนี้สหกรณ์ฯเกือบทุกรายชีวิตตำรวจไม่ได้ร่ำรวยแต่อย่างใด สำหรับตนมีหุ้นในสหกรณ์เพียง 6 แสนบาทเศษเท่านั้น และคณะกรรมการฯผู้เซ็นเช็คเกือบทุกรายก็ไม่มีส่วนในการไปเบิกเงินจากธนาคารแต่อย่างใด โดยทาง จนท.สหกรณ์ฯเป็นผู้เบิกเงินสดในทุกๆครั้ง ใครจะไปคาดคิดว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวจะรวมหัวกันโกงเงินสหกรณ์ฯในครั้งนี้

*****พ.ต.อ.ชำนาญ  กล่าวอีกว่า กลุ่ม จนท.สหกรณ์ฯที่ทุจริตโกงเงินสหกรณ์ฯนั้นได้มีแผนการที่แยบยลในการร่วมกันทุจริตเงินสหกรณ์ฯอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2562 นั้น มีการการวิ่งเต้นให้คณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯได้เห็นชอบให้ จนท.สหกรณ์รายหนึ่งที่มีเงินเดือนประมาณ 1 หมื่นบาทเศษ แต่มีหุ้นในสหกรณ์มากึงกว่า 5 ล้านบาท เข้าขึ้นสู่ตำแหน่ง ผช.ผู้จัดการสหกรณ์ฯ เพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งตำแหน่งผู้จัดการฯหลังจากที่ผู้จัดการคนเก่าไม่ได้รับการต่ออายุหลังจากที่ได้รับการต่ออายุการทำงานมาแล้วหลายครั้ง แต่ตนก็ไม่ยินยอมจนมีการพบการทุจริตครั้งใหญ่  หลังจากผู้จัดการสหกรณ์ฯคนใหม่มารับตำแหน่งในปี พ.ศ.2563 จนนำไปสู่การแจ้งความเอาผิดตามกฎหมายกับ จนท.สหกรณ์ฯที่ร่วมกันกระทำความผิดมากถึง 8 ราย ตนจึงขอความเป็นธรรมกับคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯในครั้งนี้ด้วย  ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป