ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 9 ลงพื้นที่เพื่อติดตามกรณีโครงการก่อสร้างถนนฝายคลองท่าแพร บ้านกุบังจามัง ตำบลฉลุง อ.เมืองสตูล

*****สตูล..ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.65 นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 9 พร้อมด้วยนายธนกฤต เลิศวิริยวรางกูร ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสตูล และคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง ร่วมลงพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อติดตามกรณีโครงการก่อสร้างถนนฝายคลองท่าแพร บ้านกุบังจามัง ตำบลฉลุง อำเภอเมืองสตูล  ในความรับผิดชอบโดยโครงการชลประทานสตูล เกิดการชำรุดเสียหายหลังจากเปิดใช้งานได้ไม่นาน เป็นถนนเลียบคลองชลประทานระยะทางประมาณ 2 กม. งบประมาณกว่า 9 ล้านบาท แต่ส่วนที่เสียหายระยะทางสั้นๆ ประมาณ 30-40 เมตร

*****โดยช่วงเช้าคณะจากสำนักงาน ป.ป.ช. และคณะจากโครงการชลประทานสตูล มีนายสุรพงศ์  เจริญการยนต์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการชลประทานสตูล ร่วมประชุมหารือถึงความเป็นมาของถนนสายดังกล่าว พร้อมทั้งติดตามสภาพปัญหาและสาเหตุที่เกิดขึ้น จากนั้นคณะเดินทางไปยังโครงการก่อสร้างถนนฝายคลองท่าแพร บ้านกุบังจามัง ตำบลฉลุง เพื่อติดตามความเสียหาย มีนายสุจริต ยามาสา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉลุงและเจ้าหน้าที่ ร่วมลงพื้นที่ด้วยซึ่งจากการติดตามพื้นที่พบว่าโครงการก่อสร้างถนนฝายคลองท่าแพรดังกล่าว เกิดความเสียหายเฉพาะระยะทางสั้นๆ ประมาณ 30-40 เมตร เมื่อสอบถามจากชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่าถนนสายดังกล่าวเกิดขึ้นจากความต้องการของประชาชน โดยโครงการชลประทานสตูลได้มีการปรับปรุงขยายถนนจนเกิดประโยชน์แก่ประชาชนได้ใช้เส้นทางดังกล่าว

*****นายสุชาติ กล่าวว่า ถนนดังกล่าว เกิดจากความต้องการของประชาชน ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบได้มีการขยายเส้นทางเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน เป็นถนนลาดยางสำหรับสัญจรไปมาของชาวบ้านและเพื่อประโยชน์ทางการเกษตรกรรม รับน้ำหนักบรรทุกได้ไม่เกิน 6 ตัน แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีรถบรรทุกน้ำหนักเกินวิ่งรถด้วย ส่งผลให้ถนนดังกล่าวได้รับความเสียหาย  ส่วนกรณีว่าจะมีการทุจริตหรือไม่ เนื่องจากถนนสายดังกล่าวเพิ่งสร้างเสร็จไม่นานแต่พังเสียหายจะต้องมีการสอบสวนต่อไป เบื้องต้นสันนิษฐานว่ามาจากการใช้ถนนผิดประเภท มีรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดใช้เส้นทาง ส่งผลให้เกิดความเสียหายเร็ว แต่อย่างไรก็ตามทาง ป.ป.ช. จะได้ติดตามการซ่อมแซมและการแก้ปัญหาถนนสายดังกล่าว เป็นหน้าที่ในการติดตามจนกว่าความเดือดร้อนของประชาชนจะหมดไป