แม่ทัพภาค 4 ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจกำลังพล ด่านตรวจ จุดตรวจความมั่นคง ในพื้นที่อำเภอเบตง ขณะที่พลตรีปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 4-โฆษกกองทัพภาคที่ 4 ได้ชี้แจงกรณีการเข้ารับการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร

*****ยะลา..ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.65 พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจกำลังพล และมอบบริเวณด่านตรวจ จุดตรวจความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดสงขลา ได้แก่ด่านตรวจคลองทรายใน อำเภอเมือง จังหวัดยะลา, ฐานปฏิบัติการ ของ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43, จุดตรวจนาจวก หน่วยเฉพาะกิจสงขลา 40 และชุดคุ้มครองตำบลวังใหญ่ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจสภาพความพร้อมของแต่ละจุดตรวจ ด่านตรวจ ในการรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เน้นย้ำถึงนโยบายที่สำคัญให้กับกำลังพล ให้คงความเข้มงวดในมาตรการต่างๆ ทั้งที่ตั้งฐาน ความปลอดภัยของกำลังพล และประชาชนในพื้นที่ เขตพื้นที่รับผิดชอบ ก่อนมอบเครื่องบริโภค เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล

*****พล.ท.ศานติ กล่าวว่า ในวันนี้ได้นำความห่วงใย กำลังใจ มามอบให้กับเจ้าหน้าที่กำลังพลทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง เสียสละ สร้างความสงบสุขร่มเย็นให้กับประเทศชาติและพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด และเนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2566 ที่จะมาถึงนี้ ชอมอบขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการป้องกันชายแดน และอวยพรปีใหม่เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ 2566 มาให้กำลังพล เจ้าหน้าที่ทุกนาย เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ แม้จะเป็นช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง แต่กำลังเจ้าหน้าที่ไม่เคยหยุดพักที่จะทำหน้าที่รักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน กำลังใจจากผู้บังคับบัญชาจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อขวัญ กำลังใจ ในการปฏิบัติงานต่อไป

*****พล.ต.ปราโมทย์  พรหมอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 4/ โฆษกกองทัพภาคที่ 4 เผยถึงกรณีที่นักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 46 มีอาการเจ็บป่วย ในระหว่างการเข้ารับการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ณ  ร.ร.นราธิวาส อ.เมืองนราธิวาส โดยได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรือเสาะ และโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จำนวน 23 นาย ตั้งแต่วันที่  28 พ.ย.65 นั้น ว่าวันนี้ ที่ห้องประชุม กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 อ.เบตง จ.ยะลา ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังให้การดูแลช่วยเหลือนักศึกษาวิชาทหารที่เจ็บป่วยอย่างเร่งด่วน รวมทั้งการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยในขั้นต้นหน่วยทหารและส่วนราชการในจังหวัดได้ประสานพูดคุยกับครอบครัวของนักศึกษาวิชาทหาร พร้อมหารือกับทางโรงเรียนเพื่อสนับสนุน อำนวยความสะดวก และติดตามช่วยเหลือด้านการรักษาในโรงพยาบาลอย่างดีที่สุด  ล่าสุดอาการเจ็บป่วยของนักศึกษาทหารโดยรวมดีขึ้น โดยมีนักศึกษาวิชาทหารที่เข้ารับการรักษาตัวมีอาการกล้ามเนื้ออักเสบ เจ็บปวดที่ขาและร่างกาย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่ต้องล้างไต จำนวน  8 ราย ปัจจุบันอาการปลอดภัย  ซึ่งหน่วยทหารในพื้นที่ได้ประสานกับทางโรงพยาบาลและผู้ปกครองของนักศึกษาวิชาทหารทุกรายเพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

*****จากการตรวจสอบมูลขั้นต้น พบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้น ระหว่างการฝึกนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1-3 ภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2565 ณ ศูนย์ฝึกย่อยโรงเรียนนราธิวาส  โดย หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 46 ซึ่งมีกำหนดการฝึกในระหว่าง วันที่ 26 พ.ย. – 3 ธ.ค.65 โดยเมื่อวันที่  28 พ.ย.65 นักศึกษาชั้นปีที่ 1เข้ารับการฝึกบุคคลท่ามือเปล่า, ชั้นปีที่ 2 ฝึกทบทวนบุคคลท่าอาวุธ และชั้นปีที่ 3 ฝึกวิชาครูทหาร และในช่วงเวลาดังกล่าวสภาพอากาศร้อนอบอ้าว ภายหลังการฝึกพบว่า มีนักศึกษาวิชาทหารมีอาการป่วย และผู้ปกครองทะยอยพาเข้ารับการรักษาที่ รพ.นราธิวาส และ รพ.รือเสาะ จำนวน 23 คน (ชั้นปีที่ 1 จำนวน 22 คน และ ชั้นปีที่ 2 จำนวน 1คน) โดยได้ปิดการฝึกแล้วเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.65

***** ภายหลังรับทราบเหตุการณ์ ผู้บัญชาการทหารบกได้แสดงความเป็นห่วงในการเจ็บป่วยของนักศึกษาวิชาทหาร  และได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 4 บริหารจัดการช่วยเหลือดูแลน้องๆทุกคนให้หายป่วยโดยเร็ว รวมทั้งการให้ข้อมูลคำแนะนำต่างๆกับผู้ปกครอง ทั้งด้านการรักษาพยาบาลและสถานภาพการเรียนการฝึก นศท. ให้ทุกส่วนมีความสบายใจในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

*****สำหรับการสอบสวนหาข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค  แม่ภาพภาคที่ 4ได้สั่งการให้มณฑลทหารบกที่ 46 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และหากพบว่าเกิดจากความบกพร่องของชุดครูฝึกก็จะดำเนินการลงทัณฑ์ตามความเหมาะสมโดยเร็วที่สุด  กองทัพภาคที่ 4  ต้องขอโทษต่อผู้ปกครองของ นศท.ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ และจะดำเนินการทุกด้านโดยยึดประโยชน์ของนักศึกษาวิชาทหารเป็นสำคัญ  พร้อมทั้งได้สั่งการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารกำกับดูแลการเรียนการฝึก นศท. ในทุกพื้นที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานการฝึกที่กองทัพบกกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองและนศท.ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์โดยให้หมั่นสังเกตุว่าหากพบอาการปัสสาวะน้อยลงหรือปัสสาวะเป็นสีน้ำตาลดังเช่นเหตุการณ์ในครั้งนี้ขอให้ดื่มน้ำให้มากๆและหากอาการไม่ดีขึ้นให้ไปพบหมอที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุดโดยห้ามกินยาแก้ปวดอย่างเด็ดขาดเพราะอาจเกิดผลเสียต่อการทำงานของไต อย่างไรก็ตามอาการของโรคชนิดนี้สามารถรักษาให้หายได้ภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์ ปัจจุบันพบว่าส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้นและจะทยอยกลับบ้านได้ภายใน 2-3 วันนี้

เจษฎา สิริโยทัย/รายงาน