พ่วงกระท่อมและสมุนไพรอื่นหวังชิงตลาดพืชสมุนไพรของโลก

***กรุงเทพฯ..ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ครั้งที่ 1/2565 วันที่ 25 ต.ค.64  ที่ผ่านมา มีประเด็นสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์หลายประเด็น ทั้งเรื่องการสร้างความรอบรู้กัญชาทางการแพทย์ การตรวจวิเคราะห์เทอร์ปีนในกัญชาสายพันธุ์ไทย การรายงานข้อมูลสารสนเทศกัญชาและกัญชง (Business Intelligence) แผนการตรวจราชการและตัวชี้วัดกัญชาทางการแพทย์เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้มากขึ้น  โดยในปีนี้เน้นกลุ่มผู้ป่วยประคับประคอง แต่ประเด็นที่คณะกรรมการให้ความสำคัญมากก็คือ การขับเคลื่อนในเชิงเศรษฐกิจ เพื่อตอบรับกับนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล

***ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์  กล่าวว่า “กัญชา เป็นพืชสมุนไพรของไทยมายาวนาน คนไทยรู้จักการใช้ประโยชน์ และข้อจำกัดกัญชาเป็นอย่างดี ไม่ได้มีความคิดว่ากัญชาเป็นยาเสพติด กัญชาถูกนำมาใช้หลากหลายทั้งการเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ ยาคน ยาสัตว์ ช่วยแก้ปัญหาผิวและผม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น Intangible assets ที่เราคนไทยรู้จักมาก่อนชาติตะวันตก  และสิ่งเหล่านี้ก็ถูกพิสูจน์ด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์แล้วทั้งสิ้น นับว่าเป็นรากฐานที่สำคัญที่จะต่อยอดให้ด้านเศรษฐกิจได้  วันนี้เราพูดคุยกันในประเด็นของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากพอสมควร เพราะเห็นศักยภาพของกัญชาและพืชสมุนไพรของไทย ที่จะเป็นอัตลักษณ์ของประเทศ สร้างความแตกต่างกันเพื่อการแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยวิเคราะห์ถึงความต้องการของตลาดโลก แล้วเอามาจับคู่กับศักยภาพของเรา”

***ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าวอีกว่า “โลกหลังโควิด ประชาชนต้องการสมุนไพรเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง ต้องการอาหารที่ปลอดภัยไร้สารพิษ และผ่อนคลายความเครียดด้วยการท่องเที่ยว เราจึงได้วางแผนร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์การเภสัชกรรม ที่ได้ไปวิเคราะห์ความต้องการตลาดต่างประเทศว่า มีบางประเทศต้องการนำเข้ากัญชาสายพันธุ์ไทยที่มี THC สูง ตอนนี้เรากำลังศึกษาระเบียบและแนวทางร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และจะพิจารณากระท่อมไปด้วย

*** “วันนี้เราได้รับความกรุณาจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาให้ข้อมูลแนวทางการรับขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์จากกัญชา ว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก ถ้าเราทำตรงนี้ได้เกษตรกรจะมีรายได้ที่ยั่งยืน เพราะตลาดอาหารสัตว์ในประเทศไทยมีมูลค่ามากถึง 2.6 แสนล้านบาท และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตสูงถึงร้อยละ 7-10 ต่อปี และที่น่าสนใจกว่านั่นคือ ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง ตรงนี้หากเราจับทิศให้ถูกจะมีโอกาสมากที่จะเป็น first mover ในตลาดอาหารสัตว์ สุดท้าย คือ การท่องเที่ยว ที่เรากำลังจะจัดงานเคาน์ดาวน์ที่ภูเก็ต ที่เป็นประตูเข้าบ้าน ซึ่งจะมีกิจกรรมเพื่อตอกย้ำแบรนด์กัญชาไทยให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เพจสถาบันกัญชาทางการแพทย์”ดร.ภก.อนันต์ กล่าวในที่สุด