“กรณ์” เปิดราคาน้ำมัน คนไทยโดนปล้น ค่ากลั่นน้ำมันขึ้นพรวด 10 เท่าในปีเดียว ย้ำรัฐอย่าปล่อยฟันกำไร ประชาชนเดือดร้อน

*****กรุงเทพฯ..ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายอรรรวิชช์ สุวรรณภักดี  เลขาธิการพรรค ร่วมกันแถลงถึงวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ขยับสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ก็ยังราคาต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียนด้วยกัน เพราะมีการใช้กองทุนน้ำมันมาชดเชยราคาหน้าปั๊ม แต่วันนี้สถานะกองทุนน้ำมันติดลบ 86,000 ล้านบาท หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น อาจติดลบทะลุ 1 แสนล้านบาทในสิ้นเดือนนี้ กองทุนน้ำมันจึงอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถกู้สถาบันการเงินได้อีก แม้ในอนาคตราคาน้ำมันโลกจะลดลง แต่ก็ยังเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันจำนวนมาก เพื่อชำระหนี้กองทุนที่ติดลบอยู่ จึงกลายเป็นภาระในอนาคตของประชาชน

*****นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้คนไทยกำลังโดนปล้นจากค่ากลั่นน้ำมัน จากข้อมูลราคาค่ากลั่นน้ำมันในช่วงเวลาเดียวกันปี 2563 อยู่ที่ 0.88 บาทต่อลิตร , ปี 2564 อยู่ที่ 0.87 บาทต่อลิตร , แต่ปี 2565 กระโดดมาอยู่ที่ 8.56 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้นจากเดิม 10 เท่า เท่ากับค่ากลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า ไปเพิ่มตามราคาตลาดน้ำมันสิงคโปร์ ทั้งที่ต้นทุนไม่ได้เพิ่มขึ้น กลายเป็นภาระประชาชน ภาระกองทุนน้ำมัน แต่ทำไมรัฐปล่อยให้ฟันกำไรได้ขนาดนี้

*****หัวหน้าพรรคกล้า เสนอแนวทางแก้ปัญหาไว้ 3 ข้อ คือ 1.) ควรกำหนดเพดานค่าการกลั่น เพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันการค้ากำไรเกินควร พร้อมกำหนดขึ้นต่ำไม่ให้ถึงกับขาดทุน 2.) เสนอเก็บ “ภาษีลาภลอย” (Windfall Tax) เพราะส่วนต่างจากราคาการกลั่นน้ำมัน เป็นราคาลาภลอยให้กับบริษัท ทำให้ได้กำไรจากส่วนต่าง จึงควรเก็บภาษีลาภลอย เพื่อนำกำไรที่เกินมาช่วยเหลือประชาชน นำมาช่วยในกองทุนน้ำมันต่อไป และ 3.) ต้องจริงจังกับมาตรการประหยัดการใช้พลังงาน

*****”คำถามคือโรงกลั่นนี้ของใคร ปตท. เป็นเจ้าของโรงกลั่นกว่า 70 % ในประเทศ โดยที่รัฐไม่มีคำอธิบายให้ประชาชน กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ควบคุมราคาสินค้าทำไมไม่ไปดู ส่วนกระทรวงพลังงานก็มีอำนาจโดยตรง อยากฝากบอกรัฐมนตรีว่า รู้ดีเพราะเป็นลูกหม้อ ปตท. มาก่อน ช่วงเวลานี้ไม่ใช่ช่วงเวลาเกรงใจเพื่อนๆ มันมีวิธีที่จะช่วยเหลือบ้านเมืองและประชาชนได้ทันที ท่านต้องรีบตัดสินใจ ขณะที่กระทรวงการคลัง ก็มีส่วนเหมือนกัน ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายภาษีลาภลอย แต่ก็มีหุ้นในโรงกลั่น ทุกคนควรใช้พลังให้ถูกที่ ในการหาความเป็นธรรมให้กับสังคมไทย ข้อมูลนี้ถ้าพรรคกล้าหาได้ ก็เชื่อว่าคนที่อยู่ในอำนาจก็ต้องคิดได้เหมือนกัน แต่คำถามคือ ทำไมไม่ทำอะไร ปล่อยให้กองทุนน้ำมันติดหนี้จนจะเดี้ยง ไม่มีประสิทธิภาพ” นายกรณ์ กล่าว

*****เมื่อถามว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังควรอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า มันมีงานให้ทำ คนที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่ มีอำนาจที่จะใช้ช่วยเหลือประชาชนได้ก็ต้องใช้ ไม่มีประเด็นว่าใครจะต้องอยู่หรือไม่ แต่คิดว่าใครที่อยู่ในตำแหน่ง ขอให้ทำทุกอย่างที่ทำได้ และควรทำเพื่อช่วยประชาชน

*****ส่วนนายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศมีหนี้จำนวนมาก ทั้งที่ต้องปรับเพดานหนี้สาธารณะ ปรับเพดานหนี้กึ่งการคลัง กองทุนน้ำมันก็ติดลบ ขอกู้ต่อไม่ได้ เกิดภาวะที่เรียกว่า “หนี้จุกอก ดังนั้นรัฐบาลต้องแก้ปัญหาแบบฉีกกรอบ ซึ่งการเก็บภาษีลาภลอยเป็นวิธีการที่แก้ปัญหาได้โดยตรง และมีการใช้ที่ประเทศอังกฤษ และย้ำว่าราคาสินค้าอื่นๆ ยังกำหนดราคาขายได้ ราคาน้ำมันยังกำหนดเพดานค่าการตลาดได้ ก็ควรกำหนดเพดานค่ากลั่นน้ำมันสำหรับการใช้ในประเทศเช่นกัน แต่ถ้าค่ากลั่นน้ำมันที่ส่งออกก็ไม่ต้องมีเพดานก็ได้ ซึ่งตอนนี้พรรคกล้ากำลังเตรียมร่างแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องตามข้อเสนอ โดยอาจจะรวมรวมรายชื่อประชาชนเสนอต่อสภา หรือร่างให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป