บทบรรณาธิการ บก.ขอบอก..7ก.ค.64

                                 “สยบโควิด”ต้องเกาให้ถูกที่คัน

***ขอให้ประชาชนทำความเข้าใจกับคำว่า “ล็อกดาวน์” ซึ่งได้มีมาตรการออกมาเมื่อเมษายน ปี 63 หลังจากนั้นเป็นการออกมาตรการปิดกิจการ​ช่วงคราวและลดการเคลื่อนย้าย

***เป็นวลีของ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศปก.ศบค. กล่าวถึงข้อเสนอล็อกดาวน์ประเทศ

***พร้อมระบุด้วยข้อเสนอ ล็อกดาวน์ประเทศว่า ตนเองได้ยืนเช่นนั้นเหมือนกัน ขณะนี้รอข้อเสนอที่เป็นทางการและจะรับพิจารณา​พร้อมกับย้ำว่า ศบค. จะฟังกระทรวง​สาธารณสุข​เป็นอันดับแรก

***เนื่องจากขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังทรงตัวอยู่ จึงต้องนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา​ ส่วนจะออกมาตรการแบบไหน จะต้องหารือกันอีกครั้ง

***พลเอกณัฐพล บอกด้วยว่า ส่วนการประเมินการออกมาตรการจะยังเป็นวันที่ 12 ก.ค.หรือไม่หากมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นก็จะมีการประเมินเร็วขึ้นตามแต่หากมีผู้ติดเชื้อทรงตัวก็จะยังคงเป็นวันที่ 12 ก.ค.​เช่นเดิม

***เพื่อการประเมินที่ครบถ้วน แต่ย้ำว่า ไม่ใช่การนั่งรอดูตัวเลขเฉย ๆ แต่จะควบคู่ไปมาตรการอื่นๆ เช่นการควบคุมการเคลื่อนย้าย การรักษาพยาบาล จัดหาเตียงเพิ่มเติม เป็นต้น

***ถ้าเจ็บแล้วจบ เราเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการล็อกดาวน์ประเทศในครั้งนี้ แต่ถ้าไม่จบ แล้วต้องเจ็บซ้ำต่อไปโดยไม่รู้วันจบ เราไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง..

***ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีความรับผิดชอบต้องมีสติ คิดให้รอบคอบในทุกมิติ แล้วไตร่ตรองให้ตกผลึกทางข้อมูลข้อเท็จจริง..

***ที่สำคัญต้องเห็นแก่ประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง อย่างได้เห็นแก่พวกพ้องและผลประโยชน์ของตนและคนใกล้ชิดเป็นที่ตั้ง  

***สถานการณ์วิกฤติโควิดในวันนี้มันอยู่ที่ ภูมิคุ้มกันหมู่ของพี่น้องประชาชน ยังไม่มากมากพอ กล่าวคือพี่น้องประชาชนได้รับวัคซีนน้อยมาก ภูมิคุ้มกันหมู่เลยไม่เกิด แล้ว ล็อกดาวน์ประเทศจะแก้ปัญหาได้อย่างไร

***ถ้ามองให้ลึกลงไปอีก ปมปัญหาวันนี้อยู่ที่ กรุงเทพฯและปริมณฑล ที่ผู้คนมีการแพร่เชื้อกันอย่างหนักหน่วง เพราะกรุงเทพฯและปริมณฑล มีประชากรแฝงอาศัยอยู่จำนวนมากทำให้ตรวจสอบความเป็นอยู่ของผู้คนทำไม่ได้

***ไม่เหมือนกับต่างจังหวัด ที่ผู้คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่รู้จักกันหมด ใครเข้าออกหมู่บ้านทำให้ตรวจสอบคัดกรองได้ง่ายขึ้น

***ข้อมูลในเชิงลึกลงไปกว่านั้น จะเห็น ประชากรแฝง ที่อยู่ในกรุงเพทฯและปริมณฑล ส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด ทุกคนต้องเดินทางไปกลับบ้านเกิดกับเมืองหลวงเป็นประจำ โอกาสที่จะนำเชื้อจากกรุงเทพฯและปริมณฑลไปยังต่างจังหวัดก็มีสูง..

***ทางออกที่ดี ณ วันนี้รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวกับการระดมสรรพกำลังที่มีทั้ง บุคลากร และวัคซีนเร่งฉีดให้กับคนกรุงเทพฯและปริมณฑล ให้หมดทุกคน

***ตั้งด่านสกัดตรวจค้นหากพบใครยังไม่ฉีดวัคซีน จับฉีดให้หมดทุกคน โดยไม่รอคิวฉีดวัคซีนอย่างที่เป็นอยู่ ดูแล้วมันไม่ทันกับโรคที่ถล่มโจมตีอย่างหนัก ถึงขั้นนายกฯต้องกักตัวแล้วเช่นกัน

***การสยบโควิดให้อยู่หมัด ต้องเกาให้ถูกที่คันเท่านั้น  แล้วมั่นใจว่าทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดี เพราะถ้าพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพฯและปริมณฑล มีภูมิคุ้มกันหมู่เต็มร้อยเปอร์เซ็นแล้ว ยากที่เชื้อโรคจะลุกลามบานปลายไปสู้ต่างจังหวัด

***ผลที่ตามพี่น้องประชาชนสามารถทำมาหากินได้ตามปกติ เดินทางไปไหนมาไหนก็ไม่ต้องกักตัว ในที่สุดเศรษฐกิจของประเทศจะกลับฟื้นคืนมา

***ดังนั้นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจงคิดให้หนักหน่วงว่าจะเลือกเดินไปทางใด ระหว่างล็อกดาวน์ประเทศ กับการระดมฉีดวัคซีนให้กับคนกรุงเทพฯและปริมณฑลให้หมดสิ้น

***เชื่อเถอะ..ตราบใดที่พี่น้องประชาชนไม่มีภูมิคุ้มกันหมู่ตราบนั้นจะสบโควิดไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้ล็อกดาวน์ประเทศซักสิบครั้งร้อยครั้งก็ไม่มีทาง…?