15 มิถุนายน 2024
Latest:
update newsการเมืองข่าวเด่น

“เทพไท”เปิดใจทิศทางการเมืองหลังถูกพักโทษ แม้ถูกตัดสินทางการเมือง10ปีแต่เตรียมส่งคนในครอบครัวที่เหลือ4คนลงเล่นการเมืองต่อทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

*****นครศรีธรรมราช..ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสายวันที่ 7 พ.ย.66 นายเทพไท   เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราชและนักการเมืองชื่อดัง ได้เปิดแถลงข่าวที่บ้าน ม.1 ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ถึงทิศทางทางการเมืองของตนหลังได้รับพักโทษจากกรมราชทัณฑ์โดยต้องติดกำไลEM ที่ข้อเท้าเป็นเวลา 8 เดือนว่า ในส่วนของตนต้องไปติดกำไลEMภายใน3วันที่กรุงเทพมหานคร เพราะตนแจ้งที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยทิศทางการเมืองของตน จะสนับสนุนการทำการเมืองแบบสุจริต ทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ จะเปิดกว้างไม่สังกัดพรรคไหนเพราะตนออกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว และขายกาแฟยี่ห้อเทพไท กำลังออกสู่ตลาดอยู่ในขณะนี้ และเขียนหนังสือทำพ็อกเก็ตบุ๊คเขียนเรื่องราวภายในคุก 480 วัน หรือ16เดือน ตามที่อดีตนายกชวน หลักภัย ให้คำแนะนำ ในช่วงที่ตนอยู่ในเรือนจำได้นั่งแต่เพลงที่เกี่ยวกับชีวิตเรือนจำ15 เพลง จะได้ผลิตออกสู่ตลาดต่อไป อยู่ระหว่างการประสานกับค่ายเพลง และอาจจะไปวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองทางทีวีช่องใดช่องหนึ่งเพราะตนมีประสบการณ์เคยทำรายการทีวีสายล่อฟ้ามาก่อน นี่คืออนาคตของตนที่จะทำหลังจากออกจากคุก

*****นายเทพไท ยังกล่าวถึงทิศทางการเมืองด้วยว่า  สำหรับตนและนายกมาโนช ถูกตัดสิทธิทางการเมืองไป10 ปีก็ไม่สามารถที่จะดำเนินงานทางการเมืองอย่างเป็นทางการได้ แต่ว่าก็คงจะเป็นที่ปรึกษาให้คำปรึกษาช่วยเหลือทีมงานและบุคคลในครอบครัว ซึ่งบ้านตนมีทั้งหมด 8 คนพี่น้อง เราถูกตัดสิทธิไป 2 คนเหลือ 6 คน แต่ว่ายังที่พอจะทำเรื่องการเมืองเพื่อสานต่อภาระกิจได้สืบทอดเจตนารมย์ของครอบครัวได้ก็มีจำนวน 4 คน คนแรก ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช  นายกเชาวน์วัศ รอการตัดสินใจของพรรค ปชป.ว่ามีการเลือกหัวหน้าพรรค ถ้าหากว่าเป็นคุณอภิสิทธิ์ นากเชาวน์วัศ อยากจะกลับประชาธิปัตย์

*****อีกคนคือคุณพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรค รทสช.เป็น ผช.ส.ส.ของคุณธนกร วังบุญคงชนะ อีกด้วย ส่วนคนที่ 3 คือน้องสาวคนเล็ก น้องมุก จริยา เสนพงศ์ ขณะนี้ทำงานการเมืองภาคประชาชนเป็นเอ็นจีโอกลุ่มกรีนพีช  พรรคก้าวไกล สนใจที่อยากจะเชิญน้องมุก ไปเป็นสมาชิกพรรค ลงสมัครในนามพรรค แต่ติดเงื่อนไขเป็นผู้นำเอ็นจีโออยู่ก็ไม่สะดวกที่จะไปพรรคก้าวไกล  เป็นนศ.รุ่นเดียวกับ อ.ปิยะบุตร พรรคก้าวไกล และนายครรชิต เสนพงศ์ พร้อมที่จะเข้าไปอยู่ในพรรคก้าวไกล  ตอนนี้ก็เป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลแล้วตอนนี้ ครอบครัวตนจะทำการเมืองก็มีอยู่ 4คนนี้เท่านั้น แต่ว่าจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล

*****ส่วนตนยังคงสนับสนุนการเมืองแบบสุจริตไม่สร้างอิทธิพลไม่ซื้อเสียงไม่ฮั้วประมูลไม่รับเหมา ไม่หากินกับงบประมาณแผ่นดินพรรคไหนใครก็ได้ผมก็พร้อมที่จะสนับสนุนถ้าหากว่าทำการเมืองโดยไม่ซื้อเสียงโดยไม่ใช้เงิน เพราะผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ต้องยอมรับความจริงว่ามีการซื้อเสียงกันมากที่สุดและมีการซื้อเสียงใช้เงินกันทุกพรรคยกเว้นพรรคก้าวไกล พรรคก้าวไกลอาจจะมีบ้างแต่ว่าเป็นเรื่องของตัวบุคคลที่มีพ่อแม่เขามีฐานะ อาจจะช่วยเหลือลูกในการจัดตั้งหัวคะแนนก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ว่าคะแนนพรรคคะแนนปาร์ตี้ลิสต์เขาไม่ได้ซื้อเลย  แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ

***** “เรื่องการซื้อเสียง เราจะไปคาดหวังจาก กกต.ไม่ได้เลย ผมนี่ผิดหวังกับ กกต.มากเพราะว่า กกต.ประกาศผลเลือกตั้งปี66ทั้งี่มีการซื้อเสียงกันทั่งประเทศ แต่ว่าปล่อยผีหมดทั้งประเทศแล้วให้คนชั่วเข้าไปอยู่ในภาพอย่างน้อย1ปี ซึ่เราไม่อยากให้คนชั่วซื้อเสียงเข้าไปนั่งในภาพแม้แต่วินาทีเดียว แต่วันนี้คุณปล่อยให้เขาไปโหวตเป็นกรรมาธิการและเป็นตำแหน่งต่างๆในสภาหมดทุกเขตอันนี้ผมรับไม่ได้ กับ กกต.เพราะหน้าที่ของกกต.ต้องกลั่นกรองว่าใครทำผิดกม.ก็ต้องตัดสิทธิไป ให้ใบเหลืองใบแดงใบส้มก็ว่าไปตามกติกาแต่คุณมากลัวกระแสสังคมแล้วปล่อยผีหมดเป็นการสร้างความเสียหายไม่ควรจะมีกกต.ดีกว่าควรจะยกเลิกดีกว่าให้ไปสู่การเลือกตั้งของกระทรวงมหาดไทยเหมือนเดิมน่าจะคุ้มกว่างบประมาณที่ให้กับ กกต. เพราะฉะนั้นทิศทางการเมืองของตนก็ยังยืนยันสนับสนุนการเมืองสุจริตต่อไปและทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ เปิดกว้างเพราะผมไม่ได้สังกัดพรรคแล้วเพราะผมออกจากพรรคปชป.โดยปริยายหลังจากถูกศาลตัดสิทธิ10ปี”