เดินหน้าประชาพิจารณ์ขุดคลองไทยพัทลุง

พัทลุง..0กรณีสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา ขับเคลื่อนการดำเนินงานการขุดคลองไทย 9 A เพื่อเชื่อมทะเลฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทย ความยาว 135 กม. กว้าง 400 ม. และความลึก 30 ม. และได้ขยายสาขาไปยังจังหวัดต่างๆใน 5 จังหวัดภาคใต้ที่คลองดังกล่าวพาดผ่าน ประกอบด้วย จ.กระบี่ ตรัง นครศรีธรรมราช พัทลุง และ จ.สงขลา โดยมีการรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนทั้ง 5 จังหวัด ไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาความเป็นไปได้ของการขุดคลองไทย 9 A กระทั่งรัฐบาลตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทยและการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้นั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง รายงานว่า เมื่อตอนสายวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ และคณะอนุกรรมาธิการฯทั้ง 3 ชุด ภายใต้การนำของนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ นายสฤษฏ์พงศ์ เกี่ยวข้อง นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และคณะทำงานของสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมารับฟังความคิดเห็น จากประชาชนที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง โดยมีนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธ์ ผวจ.พัทลุง ร่วมประชุม

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 700 คน เห็นด้วยกับโครงการ เพราะจะเป็นแหล่งการจ้างแรงงานขนาดใหญ่ ช่วยย่นระยะทางของเรือสินค้า ลดต้นทุนการขนส่งสินค้าทั้งของไทยและต่างชาติ กองทัพเรือไทยสามารถเคลื่อนกำลังระหว่างสองฝั่งได้อย่างรวดเร็ว หากมีกรณีฉุกเฉิน และประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสินค้าของภูมิภาค และของโลก ไทยมีต้นทุนการผลิตน้ำมันลดลง และมีอำนาจในการต่อรองสินค้าได้มากขึ้น และจะทำให้ประเทศไทยสามารถเพิ่มโอกาสในการแข่งขันสินค้าในตลาดภูมิภาคและตลาดโลกได้

นอกจากนั้นโครงการดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญใน จ.พัทลุง เป็นศูนย์กลางของโครงการเกิดสนามบินที่ขนาดใหญ่ เป็นแหล่งการเดินเรือสินค้าเหมือนกับประเทศสิงคโปร์ ในส่วนของการเสนอข่าวของสื่อมวลชนบางแห่งที่ระบุรัฐบาลไม่สนใจการขุดคลองไทยแต่จะขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดนั้น คณะกรรมการชุดดังกล่าวยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไม่เคยพูดถึงเรื่องดังกล่าว เพียงพูดว่าการทำโครงการขนาดใหญ่ทุกๆฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน ในส่วนของการศึกษาความเป็นไปได้ของการขุดคลองไทยนั้นเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนการขับเคลื่อน โครงการแลนด์บริด เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร  จะต้องแยกออกจากกัน ในส่วนชาวบ้าน 2 ราย แสดงความไม่เห็นด้วยเพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว จากข้อคิดเห็นของประชาชนคณะกรรมาธิการจะนำเสนอรัฐสภาต่อไป