2 มีนาคม 2024
Latest:
ข่าวพระราชสำนักข่าวเด่น

องคมนตรี ติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในจังหวัดลพบุรี

เมื่อวันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.30 น. พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมคณะอนุกรรมการฯ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปยังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

โอกาสนี้ได้รับฟังรายงานสรุปผลการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง การสนับสนุนการดำเนินงานโครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จากผู้แทนสำนักงาน กปร. จากนั้นรับฟังบรรยายสรุปความก้าวหน้าในการติดตามและขับเคลื่อนโครงการฯ ในพื้นที่ภาคกลาง สถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริในลักษณะ อ่างใหญ่เติมอ่างเล็ก อ่างเล็กเติมสระน้ำ รวมถึงผลสัมฤทธิ์ของการบริหารจัดการน้ำโครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในการแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ จากผู้แทนกรมชลประทาน นอกจากนี้ยังรับฟังการบรรยายสรุปความก้าวหน้าการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก จากผู้แทนกรมศิลปากร

ปัจจุบันพื้นที่ภาคกลางมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประกอบด้วยโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำ ด้านการเกษตร ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 808 โครงการ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำมีจำนวนทั้งสิ้น 523 โครงการ สำหรับจังหวัดลพบุรี มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งสิ้น 30 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการด้านพัฒนาแหล่งน้ำถึง 26 โครงการ สำหรับโครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำขนาดใหญ่ สร้างขึ้นตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2532 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับพื้นที่เพาะปลูกของลุ่มน้ำป่าสัก และลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง รวมถึงยังช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและน้ำเน่าเสียให้กับกรุงเทพมหานคร นับตั้งแต่เขื่อนได้ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2542 สามารถบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยคิดเป็นมูลค่าจำนวน 471.95 ล้านบาทต่อปี และแก้ไขปัญหาอุทกภัยได้ถึง 10 ครั้ง นอกจากนี้ยังเกิดผลสัมฤทธิ์ในด้านต่าง ๆ อาทิ การแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม การประกอบอาชีพเกษตรกรรม และยังเป็นแหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ซึ่งจากการสำรวจพบว่า มีพันธุ์ปลาที่หลากหลาย ประมาณ 130 ชนิดพันธุ์ ก่อให้เกิดอาชีพประมงน้ำจืดสร้างรายได้อันเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของราษฎร นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี ที่สร้างรายได้ให้กับราษฎรได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น

สำหรับการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีพระราชดำริให้พิจารณาปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ที่จัดตั้งภายในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เหมาะสม เพื่อให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปได้เข้ามาใช้ประโยชน์ในพิพิธภัณฑ์ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่ง สำนักงาน กปร. ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อปรับปรุงตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ โดยในอาคารพิพิธภัณฑ์ ผู้เข้าชมสามารถเข้ามาเรียนรู้ประวัติความเป็นมาโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภูมิศาสตร์/ทรัพยากร โบราณคดีและประวัติศาสตร์ของลุ่มน้ำป่าสัก รวมถึงวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น และนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอพระบรมราชานุญาต/พระอนุญาตการนำภาพพระบรมฉายาลักษณ์หรือพระบรมสาทิสลักษณ์มาเผยแพร่ โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2564 นี้ และจะเปิดให้นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ได้เข้าเยี่ยมชมต่อไป

จากนั้น องคมนตรีและคณะ ได้นั่งรถรางเยี่ยมชมบริเวณสันเขื่อนโดยรอบโครงการฯ รวมถึงการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก พร้อมกับร่วมปล่อยปลาตะเพียนขาว ตะเพียนทอง จำนวน 100,000 ตัว และปลูกต้นรวงผึ้ง เพื่อเป็นที่ระลึกในพื้นที่โครงการฯ อีกด้วย

ต่อมาในช่วงบ่าย องคมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปยังพื้นที่ก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำวังตะโกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลโคกแสมสาร อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563 ตามที่ราษฎรบ้านใหม่ศรีอุบลร้องขอ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตรและปัญหาอุทกภัย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่จากกรมป่าไม้ และอยู่ระหว่างการออกแบบก่อสร้างอ่างเก็บน้ำจากกรมชลประทาน

การนี้องคมนตรีได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่โครงการฯ นำมาซึ่งความปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนโดยทรงรับโครงการฯ และให้สำนักงาน กปร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับความสุขความเจริญ ต่อไป.