15 มิถุนายน 2024
Latest:
update newsกินเที่ยวข่าวเด่นไลฟ์สไตล์

อะเมซิ่งเบตงชมทะเลหมอก ยอดเขากุนุงซิลิปัตอัยเยอร์เวง

เมื่อพูดถึงการชมทะเลหมอกหลายคนคงนึกถึงทางภาคเหนือในช่วงของฤดูหนาว..

แต่ว่าวันนี้จะพาไปชมทะเลหมอกที่ยอดเขากุนุงซิลิปัต ยังคงอยู่ใน ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ทะเลหมอกที่นี่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

ที่สำคัญยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้คนในพื้นที่ ที่พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ขึ้นมาเอง

ช่วงหยุดนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยวในอ.เบตงอย่างต่อเนื่องนักท่องเที่ยวที่เดินทางมา มีคณะของ นายอดุลย์ ชูทอง นายอำเภอเมืองพังงา พร้อมด้วยคณะที่เดินทางมาจากจังหวัดพังงา เพื่อมาเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในอ.เบตง

นอกเหนือจากในช่วงเช้าที่ไปชมสกายวอล์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวงที่สร้างเสน่ห์สีสันและความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวแล้วนอกเหนือจากทะเลหมอกอัยเยอร์เวงที่ขึ้นชื่อแล้ว

ยังมีจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามอีกหลายแห่งหนึ่งในนั้น คือ ทะเลหมอกฆูนุงซีลีปัต เป็นจุดชมทะเลหมอกสุดอลังการที่มองเห็นได้แบบ 360 องศา เป็นสายหมอกที่คลอเคลียงดงามตามไหล่เขาสันกาลาคีรี ที่เรียงรายสลับซับซ้อน

หันมองไปทางไหนก็จะเห็นแต่สายหมอกขาวจรดขอบฟ้าครามที่โอบกอดเราไว้ เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดความงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว  นักเดินทางที่ชื่นชอบความท้าทายในการเดินขึ้นเขาฆูนุงซีลีปัต ต้องไม่พลาด ที่สำคัญมีหมอกให้ชมได้ตลอดทั้งปีไม่ต้องรอให้ถึงหน้าหนาว รับรองได้ว่าหากใครได้ไปสัมผัสต้องประทับใจแบบไม่รู้ลืม

ทะเลหมอกแห่งนี้เรียกว่า ทะเลหมอกเขากุนุงซิลิปัต ( ฆูนุงสีรีปัต ) ตั้งอยู่ที่ กม.28 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง มองได้รอบตัว 360 องศา ยอดสูงถึง 607 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นจุดชมทะเลหมอกเบตง ที่ สวยงามมากอีกจุดของอำเภอเบตง จ.ยะลา อยู่ห่างจากในเมืองเบตงไปตามเส้นทางหมายเลข 410 ( ยะลา – เบตง ) ประมาณ 21 กม.เท่านั้น

ส่วนการเดินทางทะเลหมอกฆูนุงซีลีปัต เที่ยวได้แบบวันเดียวโดยขึ้นไปชมทะเลหมอกในตอนเช้าโดยเลือกพักที่ตัวอำเภอเบตง หรือจะพักค้างแรมข้างบนก็จุดกางเต็นท์ ห่างจากจุดชมวิวประมาณ 200 เมตร

เป็นพื้นที่ของเอกชนมีเต้นท์ ถุงนอน และอาหารให้บริการ หรือจะเตรียมอาหารมาเองก็ได้  โดยเส้นทางขึ้นมาชมทะเลทะเลหมอกฆูนุงซีลีปัต  มีสองเส้นทางให้เลือก 2 ทาง คือ เส้นทางแรกสำหรับคนที่ไม่ชอบเดินไกลแบบเรา นั่งรถโฟวีล จากปากทางขึ้นใช้เวลาประมาณ 20 นาที จากนั้นเดินเท้าต่อไปอีก 700 เมตร

เส้นทาง 500เมตรแรก เดินผ่านสวนยางที่ต้องไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆแต่ไม่ชันมากนัก จะชันที่สุดในช่วง 200 เมตรสุดท้ายที่ต้องไต่ขึ้นยอดเขาเป็นหินและมีเชือกให้จับเดินไปก็จะถึงจุดชมวิว อีกเส้นทาง คือเข้าทางหลักกิโลเมตร  กม. 28

สำหรับสายแอดเวนเจอร์ ที่ชอบเดินป่า โดยนั่งรถโฟวีล  มาประมาณ 3 กม. และเดินเท้าต่อไปอีก 2 กม. เส้นทางนี้จะเดินทางนาน เหมาะสำหรับการมาค้างคืนมากกว่าที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวตลอดทั้งปี

ทั้งจากต่างจังหวัด และต่างประเทศ อาทิจากประเทศ อินโดนีเซีย มาเลยเซีย รวมทั้งมีสำนักข่าวต่างๆ ทั้ง สื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และนิตยาสาร จนนักท่องเที่ยวยกย่องว่า “เป็นทะเลหมอกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย”.เลยทีเดียว

เจษฎา สิริโยทัย/รายงาน